โค้งสุดท้ายปิดฤดูกาล

 

ผ่านโค้งสุดท้ายและก็กำลังจะควบเร่งเข้าทางตรงเพื่อพุ่งเข้าเส้นชัยแล้วครับผมสำหรับสงครามลำแข้งพรีเมียร์ลีกประจำฤดูกาลนี้
เหตุการณ์ด้านการลุ้นแชมป์ เชลซี ยังนำหัวหน้าฝูงแบบยาวๆโดยทิ้งห่างผู้เอาอย่าง สเปอร์ส อยู่ถึง 7 แต้ม กับอีก 7 นัดที่เหลือ ขณะการแย่งกันเป็นอันดับ 3 และก็อันดับ 4 เพื่อชิงพื้นที่ไป ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ดูเหมือน อาร์เซน่อล จะอาการหนักกว่าเพื่อน ช่องทางหลุดจากท็อปโฟร์เป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปีมีสูงประลัยเลยทีเดียว ส่วนการดิ้นรนหนีตกชั้น ทีมบ๊วยของตารางอย่าง ซันเดอร์แลนด์ ก็คงรอดยากแล้วล่ะครับผมว่าแล้วขออนุญาตสรุปเหตุการณ์ปัจจุบันของทั้ง 20 ทีมในพรีเมียร์ลีกแบบพอสังเขป
เชลซี : นำห่างถึง 7 แต้มกับอีก 7 นัดที่เหลือ แม้ อันโตนิโอ คอนเต้ จะแสดงให้เห็นว่าเน้นทุกนัดแบบ "เอาตาย" บนความไม่ประมาท แม้กระนั้นประวัติศาสตร์กล่าวว่าในเมื่อมันยังไม่จบ สถานการณ์หักมุมอย่างรุนแรงก็สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
สัปดาห์นี้ เชลซี จำเป็นที่จะต้องบุกไปเยือน โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ที่แม้ แมนฯFun88ยูไนเต็ด และก็ฤดูกาลนี้จะมีอุปสรรคต่อการเอาชนะอาคันตุกะ แถมมีการรบสำคัญใน ยูโรปา ลีก มาตามติดหน้าและก็ตามติดข้างหลัง แม้กระนั้นมันเป็นศึกที่เกียรติยศที่ โชเซ่ มูรินโญ่ ย่อมอยากล้มทีมเก่าของตนให้จงได้ ซึ่งนั่นถือว่าพวกพ้องสิงห์บลูส์มีโอกาสเสียแต้มจากแมตช์นี้แค่นี้ไม่พอ
ยังมีอีก 2 เกมที่ เชลซี จำเป็นที่จะต้องออกไปเยือน เอฟเวอร์ตัน กับ เวสต์บรอมฯ ซึ่ง 2 เกมนี้แหละที่ผู้ไล่ล่าอย่าง "คลับไก่" อาจจะตั้งความหวังพลางแช่งชักหักกระดูกทีมหัวหน้าฝูงว่าบางทีอาจจะสะดุดรอพวกเขาบ้างอย่างไรก็ตาม
เชลซี ยังบอกให้เห็นถึงฟอร์มการเล่นที่สม่ำเสมอ จิตใจเข้มแข็ง – แพ้ยาก และไม่พลาดกล้วยๆเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากวันอาทิตย์นี้สามารถบุกไปหมิ่นเชิงปีศาจแดงถึงถิ่น ลูกทีมของ อันโตนิโอ คอนเต้ อาจจะพุ่งเข้าชนตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีกได้เสร็จแบบไม่มีปัญหาอะไร
สเปอร์ส : ตั้งแต่เมื่อเปลี่ยนศักราชใหม่ "คลับไก่" เป็นทีมที่โชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรงแบบทะลักจุดแตกมากที่สุด ด้วยเกมรุกที่ดุเดือดและก็กะซวกทุกๆสิ่งทุกๆอย่างที่กีดขวาง โดยช่วงนี้ชนะมา 5 ครั้งติดต่อกันแล้ว แถมพึ่งจะได้ดาวกระหน่ำประตูคนสำคัญอย่าง แฮร์รี่ เคน กลับมาจากอาการบาดเจ็บอีกต่างหาก สิ่งที่ลูกทีมของ เมาริสิโอ โปเช็ตติโน่ ต้องทำให้ได้ในอีก 7 นัดที่เหลือเป็นชนะคู่ต่อสู้ของตนให้ได้ทั้งปวง
ปัญหาคือ 7 นัดที่เหลือนั้นมีเกมที่ต้องออกไปเยือนทั้ง เลสเตอร์, คริสตัล พาเลซ, เวสต์หมูแฮม และก็ทีมหนีตกชั้นอย่าง ฮัลล์ สิตี้ ยิ่งไปกว่านี้ยังมีศึกที่เกียรติยศกับทีมที่ตนเองแพ้ทางอย่าง อาร์เซน่อล อีกต่างหาก
จริงอยู่ที่ชั่วโมงนี้ ฟอร์มการเล่นของ สเปอร์ส เหนือกว่าคู่อริแสนรักของตน แม้กระนั้นต้องไม่ลืมว่าทีมปืนโตก็จะทำทุกวิถี เพื่อกีดกั้นไม่ให้พวกเขาบรรลุเป้าหมายเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นอาจจะทำดีที่สุดแค่ "รองแชมป์"

ลิเวอร์พูล : ภายหลังจากออกสมุทรไปไกลตั้งแต่เมื่อเปลี่ยนศักราชใหม่จนกระทั่งยืนระยะในการลุ้นแชมป์ไม่ถึงตอนปลาย พวกพ้องหงส์แดงกลับมาอยู่ในฟอร์มการเล่นที่ผ่องแผ้วอย่างน่าหวาดกลัวอีกรอบ โดย 6 เกมปัจจุบัน ชนะ 4 นัด และก็หลุดเสมอแค่ 2 นัดเพียงเท่านั้น
เหตุการณ์ปัจจุบัน พวกเขานำ แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่ 6 แต้ม แม้จะแข่งมากกว่า 2 นัด แม้กระนั้นประตูได้-เสียก็ยังดีมากกว่า แถมได้คะแนนแบบเต็มๆไปเรียบร้อยส่วนโปรแกรมที่เหลือ 6 นัดก็เจอทีมที่อันดับต่ำกว่าตนเองทั้งปวง – ดูแล้วยังไงก็ไม่หลุดท็อปโฟร์แน่นอน
แมนฯ ซิตี้ : เรื่องลุ้นแชมป์ไม่ต้องเอ่ยถึง เพราะมันจบแล้วครับผมนาย เอ๊ย! เพราะมันจบไปนานแล้ว ทว่ายังมีโอกาสติดท็อปโฟร์ออกจะสูง แม้ช่วงนี้ ลูกทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า อยู่บนอันดับ 4 ของตาราง นำหน้า แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่แค่ 4 แต้ม แถมแข่งมากกว่า 1 นัดก็ตาม เพราะคู่แข่งขันอย่างปีศาจแดงต้องเจอการรบที่เอาจริงเอาจังยิ่งกว่าทั้งใน ยูโรปา ลีก และก็พรีเมียร์ลีก
เกมชี้ชะตาเป็นการเจอกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในบ้านตนเองนี่แหละ ถ้าหากแออัดยัดเยียดความพ่ายแพ้ให้ทีมสีแดงในเมืองเดียวกันได้เสร็จ ก็อาจจะรับประกันว่าได้ไปเล่นใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้าแน่นอน
แมนฯ ยูไนเต็ด : ถึงตรงนี้ยังมีประตู 2 บานให้เลือกเข้าไปเล่นใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แม้กระนั้นการตะเกียกตะกายขึ้นเขาอันดับ 4 พรีเมียร์ลีกกลายเป็นเรื่องยากระดับเข็นภูเขาขึ้นครกของพวกเขาซะแบบนั้น เพราะทุกครั้งที่มีโอกาสก็ชอบเอาช่องทางนั้นยัดลงไปในโถส้วมที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แล้วกดชักโครกซ้ำถึง 2 ครั้งแบบไม่จะต้องมีเหตุผล และก็ไม่อยากความเข้าใจใดๆก็ตามทั้งมวล!
"ปีศาจแดงสามง่าม" ตามหลัง ลิเวอร์พูล อยู่ 6 แต้มครึ่ง เพราะประตูได้เสียเป็นรองถึง 6 ประตู ถ้าหากคิดจะแซง นอกจากจำเป็นที่จะต้องชนะในเกมหลงเหลือให้ได้ทั้ง 2 นัด พวกเขาต้องชนะคู่ต่อสู้รวมกันมากกว่า 6 ประตูอีกต่างหาก
ซ้ำร้ายยิ่งไปกว่านั้นยังต้องเจอเกมที่ทั้งหนักและก็ถี่กว่าประชาชน โดยในคิวลำแข้งที่เหลือต้องเซิ้งกับทีมขนาดใหญ่ระดับเฮฟวี่เวตอย่าง เชลซี, แมนฯ ซิตี้, สเปอร์ส และก็อาร์เซน่อล แบบนี้จบด้วยอันดับ 5 ไม่ร่วงลงไปอยู่ในอันดับ 6 ที่รู้จักมาตลอดฤดูกาล นับว่าบรรลุเป้าหมายแล้ว 5555
อาร์เซน่อล : ภายหลังจากออกไปโดน คริสตัล พาเลซ กะซวกไส้แตกเมื่อคืนวันจันทร์ พวกเขาตามตูดทีมอันดับ 4 อย่าง แมนฯ ซิตี้ อยู่ 7 แต้ม แม้จะแข่งน้อยกว่า 1 นัด แม้กระนั้นดูจากฟอร์มการเล่นของทีมสีดกปืนโตและก็นาทีนี้มีแม้กระนั้นตกต่ำกว่าเดิม เพราะปราศจากทั้งจิตวิญญาณและก็ความหื่นหิวเหมือนคนที่กำลังจะใกล้ "เด๊ดห่า" อยู่รอมร่ออย่าว่าแต่ว่าติดอันดับ 4 เหมือนเช่นเคยเลยครับผม ฟอร์มนี้เอาแค่ไต่ขึ้นไปอยู่อันดับ 5 หรือรักษาอันดับ 6 ยังยากเลยครับผมคุณ!
เอฟเวอร์ตัน : คาอยู่ในอันดับ 7 มาอย่างนานเกือบทั้งฤดูกาล เพราะยังไม่ดีพอที่จะทำอันดับให้สูงมากเกินกว่านี้ เพียงก็ไม่ต้องห่วงเรื่องโดนแซง เพราะนำทีมอันดับ 8 ของตารางอยู่ถึง 10 แต้ม

ทีมลูกอมมีอาวุธหนักอย่าง โรเมรู ลูกากู ที่นำดาวซัลโวพรีเมียร์ลีก นำมาซึ่งการทำให้พวกเขาไม่ค่อยเจอกับปัญหาในการตบทีมที่อันดับต่ำกว่าตนเองให้หัวทิ่มแทงสักเท่าไหร่ ฟอร์มการเล่นก็ออกจะสม่ำเสมอ ชนะในเกมที่ตนเองควรจะชนะ และก็แพ้ให้กับทีมที่ตนเองสมควรพ่ายแพ้
อย่างไรก็ตาม ถ้าหากนักฟุตบอลทีมปืนใหญ่ยังเล่นไล่พี่สาวย์ เอ๊ย! ไล่ผู้ฝึกสอนอยู่อย่างนี้ เอฟเวอร์ตัน มีสิทธิ์ขยับขึ้นไปอันดับ 6 พลางถีบ อาร์เซน่อล ตกลงไปอันดับ 7 ซึ่งถ้าหากเป็นอย่างนั้นก็ฮากันเลยทีเดียว
เวสต์บรอมฯ : ไม่มีอะไรให้ต้องลุ้น เพราะตามหลัง เอฟเวอร์ตัน 10 แต้ม และไม่ตกชั้นอย่างไม่ต้องสงสัย แม้กระนั้นขอดุด่าเป็นภาษามอนเตเนโกรหน่อยเหอะว่า "ไอ้เจสสสสเข้" เพราะสัปดาห์ก่อนพวกมึงเล่นบุกไปจนกระทั่งเสมอ แมนฯ ยูไนเต็ด ถึงถิ่น แม้กระนั้นเกมถัดมากลับแพ้ วัตฟอร์ด แบบสบายๆก่อนโดน เซาธ์หมูแฮมป์ตัน บุกมาอัดคาถิ่นซะงั้น
เซาธ์หมูแฮมป์ตัน : ฤดูกาลนี้เสียตัวผู้เล่นสำคัญไปมาก แม้กระนั้นยังประคองตัวจบกลางตารางโดยไม่ต้องหนีตกชั้นแบบสบายๆ
วัตฟอร์ด : บางทีอาจจะไม่ดีเหมือนฤดูกาลก่อน แม้กระนั้นก็มิได้แย่จนกระทั่งเกินไปนักจนกระทั่งคงจะอยู่สบายๆแถวกึ่งกลางตาราง
เลสเตอร์ : นับจากปลด เคลาดิโอ รานิเอปรี่ ออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีม – เลสเตอร์ สิตี้ ก็เปลี่ยนร่างกลับมาเป็น "แชมป์เก่า" ในความหมายของ "แชมป์เก่า" จริงๆแบบบิดาไม่เข้าใจตุ้มเช่นกันว่ามันทำไม พวกเขาชนะ 5 ครั้งติดต่อกันในพรีเมียร์ลีก ก่อนแพ้ เอฟเวอร์ตัน เพราะถนอมตัวสำคัญไว้เล่นใน แชมเปี้ยนส์ ลีก
ว่าและดีดตัวหนีโซนอันตรายขึ้นมากึ่งกลางพลางทิ้งห่างทีมท้ายที่สุดที่จะโดนถีบตกชั้นเป็น 8 แต้ม แถมแข่งน้อยกว่าอีก 1 นัด เช่นไรก็อาจจะไม่ตกชั้นแน่ๆ
เบิร์นลี่ย์ : เหตุการณ์บางทีอาจยังไม่ปลอดภัยต่อการตกชั้น กระนั้นเกมในบ้านที่เข้มแข็งและก็ดุเดือดมากมายจะช่วยทำให้พวกเขาเอาตัวรอดได้แบบแห้งสบายยิ่งกว่ามิได้ใส่อะไรเลย
สโต๊ค : นำทีมท้ายที่สุดที่จะตกชั้นอยู่ 8 แต้ม กับอีก 6 นัดที่เหลือ แค่ชนะบ้าง แพ้บ้าง สลับกันไปก็คงจะอยู่ต่อแบบไม่ลำบากอะไรเท่าไรนัก
เวสต์หมูแฮม : การย้ายจาก อัพตัน พาร์ค มาบ้านที่ข้างหลังใหญ่กว่าอย่าง ลอนดอน สเตเดี้ยม กลับทำให้ผลงานของพวกเขาตกต่ำกว่าเมื่อซีซั่นที่แล้วซะแบบนั้น ฟอร์มการเล่นก็ออกจะน่าเป็นห่วง แม้กระนั้นก็ยังดีเกินกว่าที่จะตกชั้นในฤดูกาลนี้
บอร์นมัธ : อยู่เหนือโซนตกชั้น 7 แต้ม โดยเหลือ 6 เกม ลูกทีมของ เอ๊ดดี้ ฮาว เป็นทีมที่เล่นได้บ้าเลือดและก็ประดิษฐ์กว่าอีกหลายๆทีมในพรีเมียร์ลีกจนกระทั่งมั่นอกมั่นใจได้ว่าไม่กลับลงไปอยู่ในแชมเปี้ยนชิพแน่ๆ
คริสตัล พาเลซ : ตอนที่ แซม อัลลาไดซ์ มาคุมทีมใหม่ๆผลงานของ "ดิ อีเกิ้ลส์" ทั้งเฮงซวยและก็บัดซบมากมาย โดยไม่ชนะคนไหนกันแน่เลยจนกระทั่งดูมุมไหนก็ไม่น่ารอด

ทันใด "บิ๊กแซม" ก็เสกให้ลูกทีมพุ่งเข้าชนชัยชนะถึง 4 เกมต่อเนื่องกันแบบซุกซนๆคริสติยง เบนเตเก้ กลับมาคลำเป้าได้ ในขณะที่ วิลฟรีด ซาฮา ก็ฟอร์มจัดจ้านอย่างยิ่ง เกมปัจจุบันไล่ขย่ม อาร์เซน่อล 3-0 แม้จะยังไม่ปลอดภัย เพราะอยู่เหนือโซนอันตรายแค่ 6 แต้ม (แข่งน้อยกว่า 1 นัด) เช่นไรก็คงจะเอาตัวรอดได้เสร็จ